Showing posts with label vegetable. Show all posts
Showing posts with label vegetable. Show all posts

28 October 2009

ปลูกผักปลอดสารพิษในกระสอบเก่า

2 comments

คุณโสทร รอดคงที่ บัณฑิตหนุ่มจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี หันหลังจากงานประจำมาเริ่มต้นทำงานเกษตรแบบพอเพียง โดยการปลูกผักแบบปลอดสารพิษในกระสอบเก่า โดยแนะนำว่าสามารถใช้ได้ทั้งกระสอบปุ๋ย, กระสอบอาหารสัตว์, กระสอบแป้งสาลี หรือกระสอบต่าง ๆ ขนาดใดก็    ได้ ยกเว้นกระสอบป่าน สำหรับกระสอบปุ๋ยบางชนิดที่น้ำซึมผ่านยากนั้นควรนำมาเจาะรูให้สามารถระบายน้ำได้ก่อน แต่ถ้าเป็นกระสอบที่น้ำซึมผ่านได้ดี ก็นำมาใช้ได้เลย

 
ดินที่จะนำมาใส่กระสอบนั้น ก็จะต้องผสมให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ โดยเน้นวัสดุปลูกที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น ปุ๋ยคอกเก่า, ปุ๋ยหมัก, แกลบ, แกลบเผา, เศษใบไม้ ฯลฯ คลุกเคล้า  ให้เข้ากัน คุณโสทรแนะว่า ถ้าผสมปุ๋ยหมักจุลินทรีย์โบกาฉิ ได้ด้วยก็จะยิ่งดี   วิธีการทำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ คือ นำปุ๋ยคอกเก่า 1 ส่วน ผสมกับรำละเอียด 1 ส่วน ผสมกับแกลบหรือหญ้าแห้ง ฟางแห้ง ทะลายปาล์ม หรืออื่น ๆ 1 ส่วน คลุกเคล้ากันให้ทั่ว จากนั้น นำกากน้ำตาล 40 ซีซี ละลายน้ำ 10 ลิตร ใส่จุลินทรีย์ 40 ซีซี คนให้เข้ากัน

 
หลังจากนั้นนำน้ำที่ได้ไปราดคลุกเคล้ากับวัสดุที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้แล้วทดสอบว่า วัสดุปลูกใช้ได้หรือยัง ทดสอบโดยใช้มือขยำวัสดุปลูกดู หากยังมีน้ำไหลออกระหว่างนิ้ว แสดงว่าวัสดุปลูกแฉะเกินไป ให้เพิ่มวัสดุเข้าไปอีก ถ้าขยำเป็นก้อน แล้วปล่อยมือ ถ้าก้อนไม่แตกออกมาแสดงว่าพอดี ถ้าปล่อยมือแล้วก้อนวัสดุแตกทันที แสดงว่าวัสดุยังแห้งเกินไป ให้ราดน้ำจุลินทรีย์เพิ่มลงไป หมักวัสดุดังกล่าวโดยการกองไว้ในที่ร่ม    ใช้กระสอบป่านคลุม ควรกลับกองวันละ 1 ครั้ง กลับกองปุ๋ยเรื่อยไปจนกว่าจะเย็น ซึ่ง   ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ จะ  นำมาใช้ได้ก็ราว 7-  10 วัน

  ก่อนที่จะใส่วัสดุปลูกลงในกระสอบนั้น ผู้ปลูกจะต้องรู้ก่อนว่าจะปลูกผักชนิดใด เพื่อใส่ดินให้เหมาะกับชนิดผักนั้น ๆ เช่น ถ้าปลูกผักที่มีรากยาว อย่างพริก, มะเขือเทศ, มะเขือเปราะ, มะเขือยาว ฯลฯ เราก็ต้องพับหรือม้วนปากกระสอบลงมาแล้วใส่ดินปลูกให้สูง 20-25 ซม. ถ้าปลูกผักที่มีรากสั้น อย่างผักกินใบ พวกคะน้า, กวางตุ้ง, ฮ่องเต้ ฯลฯ ก็ใส่ดินน้อยลงมา ให้สูงสัก 10-15 เซนติเมตร แต่การวางกระสอบในแนวตั้งจะทำให้ได้พื้นที่ในการปลูกน้อยแนะนำให้ใช้วิธีการใส่ดินในกระสอบประมาณครึ่งกระสอบแล้วมัดปากกระสอบด้วยเชือก วางกระสอบให้นอนลง จากนั้นก็ทำการเจาะรูที่กระสอบ อุปกรณ์ในการเจาะ หากระป๋องปลากระป๋องมาทาบแล้วใช้มีดคัตเตอร์ตัดเป็นวงกลม เพื่อให้ หยอดเมล็ดผักได้ โดยจำนวนรูที่เจาะก็ตามความเหมาะสมประมาณ 9-12 รู แล้วแต่ขนาดของกระสอบ จากนั้นนำเมล็ดผักมาหยอดปลูกได้ทันที รดน้ำเช้า-เย็น เมื่อต้นผักงอก มีใบจริง 2-3 ใบ ก็ให้รดน้ำหมักชีวภาพ.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ http://www.dailynews.co.th

Read full story

28 September 2009

โอกาสของสินค้าเกษตรไทยในไต้หวัน

0 comments

eatseasonably.co.uk โดยปกติแล้วไต้หวันไม่ใช่ตลาดส่งออกหลักของสินค้าเกษตรไทย เนื่องจากไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านการเกษตรเป็นอย่างมาก สามารถผลิตผักและผลไม้ได้เป็นจำนวนมาก และหลายชนิดวางขายในราคาที่ถูกกว่าประเทศไทย แต่หลังจากที่ไต้หวันหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคมากขึ้น การผลิตสินค้าเกษตรจึงลดความสำคัญลง โดยส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศเท่านั้น และจะนำเข้าเฉพาะในช่วงนอกฤดูการผลิต (กรกฎาคม-กันยายนของทุกปี) ซึ่งเป็นช่วงที่พายุไต้ฝุ่นพัดผ่านเกาะไต้หวัน และมักสร้างความเสียหายให้แก่พื้นที่เกษตรของไต้หวันเป็นบริเวณกว้าง

 

Trade Update ฉบับนี้ จึงขอแนะนำข้อมูลที่น่าสนใจและกฎระเบียบที่ผู้ส่งออกควรทราบในการส่งออก สินค้าเกษตรไปยังไต้หวัน ดังนี้


ตลาดค้าส่งสินค้าพืชผักที่สำคัญในไต้หวันมีอยู่ 6 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ ประกอบด้วย ตลาดไทเป 1 และ 2 (ภาคเหนือ) ตลาดซีหลัว เมืองยวินหลิน และตลาดซีหู เมืองจางฮว่า (ภาคกลาง) ตลาดเมืองเกาสงและตลาดเมืองผิงตง (ภาคใต้) ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ ทั้งที่ผลิตจากในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ จะถูกนำมาประมูลในตลาดค้าส่งก่อนจะเปลี่ยนมาสู่ผู้ค้าปลีกต่อไป

สินค้าผักสดสำคัญที่ไต้หวันนำเข้าจากต่างประเทศ ได้แก่ กะหล่ำดอก บร็อกโคลิ หน่อไม้ฝรั่ง หอมหัวใหญ่ กระเทียม ถั่วลันเตา เห็ดหูหนู ผักกาดแก้ว และกะหล่ำพันธุ์ต่าง ๆ โดยนำเข้าหน่อไม้ฝรั่งจากไทยมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 57.92 ของการนำเข้าทั้งหมด ส่วนสินค้าเกษตรที่ไต้หวันต้องการนำเข้าเพิ่มเติม ได้แก่ กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักกาดหวานหรือสลัดคอส (Romaine Lettuce/ Cos Lettuce) ผักกาดหอมห่อ หัวไชเท้า พริก ผักชี ขึ้นฉ่าย ผักกวางตุ้ง ผักกาดแก้ว เป็นต้น

learners.in.th อย่างไรก็ดี ไต้หวันมีหน่วยงานที่ดำเนินการตรวจกักกันโรคพืชและสารตกค้างอย่างเข้มงวด ทำให้ขณะนี้ไทยยังไม่สามารถส่งออกผักหลายชนิดไปไต้หวันได้ อาทิ มะเขือ พริก ถั่วฝักยาว และผักชี ดังนั้นผู้ส่งออกไทยจึงควรใช้ความระมัดระวังในกระบวนการบรรจุผลิตภัณฑ์และการใช้ยา ฆ่าแมลงเพื่อให้สามารถผ่านมาตรฐานของฝ่ายไต้หวัน นอกจากนี้ สินค้าเกษตรที่ส่งออกไปยังไต้หวันต้องมีหนังสือรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) และหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) ซึ่งผู้ส่งออกอาจต้องใช้หลักฐานประกอบเพิ่มเติม อาทิ ภาพถ่ายของแหล่งผลิต วิธีการบรรจุผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ศุลกากรไต้หวันมั่นใจว่าสินค้านั้น ๆ มีแหล่งกำเนิดในประเทศไทยจริง ทั้งนี้ อัตราภาษีนำเข้าของไต้หวันอยู่ที่ร้อยละ 0 - 30 (สินค้ากระเทียมสด เรียกเก็บในอัตรา 27 ดอลลาร์ไต้หวันต่อกิโลกรัม)

สำหรับการนำ เข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์นั้น ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นมา สินค้าที่ระบุว่าเป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์ จะต้องผ่านการรับรองตราสินค้าอินทรีย์ของประเทศต้นทางโดยสภาเกษตรไต้หวัน ก่อนจึงจะสามารถใช้ตราสินค้าอินทรีย์ได้ ซึ่งขณะนี้สภาเกษตรยังอยู่ระหว่างการตรวจรับรองตราสินค้าอินทรีย์ของประเทศ ต่าง ๆ

ปัจจุบัน ไต้หวันยังคงห้ามการนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่จากจีน ทำให้ผู้ส่งออกไทยสามารถทำตลาดไต้หวันได้ง่ายกว่าประเทศอื่น แต่ผู้ส่งออกไทยก็ควรมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนโดยให้ความสำคัญกับการผลิต สินค้าเกรดดีมีคุณภาพสูงมากกว่าการผลิตสินค้าคุณภาพต่ำราคาถูกในปริมาณมาก เพราะสามารถขายได้ราคาดีกว่า นอกจากนี้ แนวคิดเกี่ยวกับการรับประทานเพื่อสุขภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังได้ รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ประกอบการจึงควรให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Friendly) หรือการทำเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น เพราะสามารถใช้เป็นจุดขายได้ดี

ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่ง ออกผักสดไปยังไต้หวัน สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย โทรศัพท์ (88-62) 2581-1979 อี-เมล์ tteo@ms22.hinet.net หรือเว็บไซต์ www.tteo.org.tw/th/index.asp

 

ข้อมูลจาก Happytreebiz

Read full story

09 September 2009

บริโภคผักสมุนไพร ต้านภัยหวัด 2009

0 comments

ภาพจาก www.lifestyles.net

ผักพื้นบ้านและสมุนไพรไทย นับเป็นภูมิปัญญาไทยชั้นเลิศที่ช่วยรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ห่าง ไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ ดังนั้น ในยุคที่โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กำลังระบาดไปทั่ว แถมยังไม่มีวัคซีนป้องกัน รศ.ดร.พร้อมจิต ศรลัมพ์ เภสัชกรหญิงแห่ง ม.มหิดล จึงออกมาแนะนำให้คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีอยู่แล้ว โดยนำมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง และยังต้านภัยไข้หวัดได้อีกต่างหาก

รศ.ดร.พร้อมจิตเผยว่า คนไทยเรานั้นโชคดีที่มีความหลากหลายทางทรัพยากรและภูมิปัญญา ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ครั้งนี้ เป็นเพราะเราไม่รู้จักมาก่อน และร่างกายเราเองก็ไม่รู้จัก ในทางทฤษฎีการแพทย์แผนไทยเน้นการป้องกันก่อนเกิดโรค การบริโภคพืชผักและสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อโรค (แอนตี้ออกซิเดนท์) จึงถือเป็นการป้องกันจากภายใน โดยเข้าไปช่วยการสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับเม็ดเลือดขาว ซึ่งคนโบราณมีวิธีแยกความแตกต่างและคุณประโยชน์ของผักและสมุนไพรพื้นบ้าน จากสี กลิ่นและรสชาติ อาทิ หอมแดง จะมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ ที่ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง ส่วนผักที่มีรสเปรี้ยว ฝาด จะมีกรดวิตามินซีสูง เพิ่มความต้านทานไข้หวัด

สำหรับพืชผักที่ควรนำมาบริโภคในช่วงไข้หวัดระบาดนี้ ได้แก่ กลุ่มผักมีสี อาทิ กระเจี๊ยบแดง มะเขือเทศ มะละกอ กลุ่มที่มีกลิ่นหอม อาทิ หอมแดง กระชาย มะตูม กลุ่มที่มีรสเปรี้ยว อาทิ สมอ มะขามป้อม ส่วนที่มีรสเผ็ดร้อน อาทิ ขิง ขมิ้น โหระพา กะเพรา กลุ่มที่มีรสฝาด อาทิ สมอไทย สมอพิเภก ชาเขียว สำหรับรสขม ได้แก่ สะเดา เพกา ซึ่งมีวิตามินซีสูงมาก และเมนูที่น่าจะเป็นที่ถูกใจแม่บ้านยุคใหม่ที่คำนึงถึงเรื่องความสวยความงามของร่างกาย คือกลุ่มเมนูยำผักสมุนไพรต่างๆ เพราะอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ที่สำคัญใช้เวลาในการปรุงไม่มาก แถมให้รสชาติถูกปาก คือมีรสเปรี้ยว หวาน เค็ม กลมกล่อม ซึ่งควรจะ บริโภคเมนูยำผักสมุนไพรเป็นประจำทุกวัน เพราะนอกจากจะมีวิตามินซีสูงต้านทานไข้หวัดแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน ลดการเกิดมะเร็ง อันจะเป็นผลดีในระยะยาว

 

ข้อมูล หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 1 กันยายน 2552

Read full story

27 March 2009

ผักต่างสี.....มีดีต่างกัน

0 comments

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

www.dreamstime.com

ผักสีเขียว เป็นผักธรรมดาทั่ว ๆ ไปที่มีมากที่สุดในโลก สีเขียวมาจากคลอโรฟิลล์ซึ่งดีสำหรับดวงตา ผักสีเขียวส่วนมากเป็นผักกินใบ ผักตระกูลบวบ (Gourd) ซึ่งรวมผักจำพวกแตงและซูกินีด้วย ผักประเภทนี้มีสรรพคุณในการขับปัสสาวะ


ผักสีขาว กะหล่ำปลีถือเป็นผักสีขาว (แม้จะมีสีเขียวอยู่บ้างก็เป็นสีเขียวอ่อนตรงโคนกาบ) เป็นผักที่รู้จักบริโภคกันทั่วโลก เป็นผักที่มีสารต้านมะเร็งและมีคุณสมบัติในการย่อยอาหาร
ในเกาหลีปลูกกะหล่ำปลีมากที่เกาะเซจู กะหล่ำปลีชอบดินทรายและอากาศเย็น (ระหว่าง 15 - 20 องศา) ปัจจุบันที่เกาะเซจูแห่งนี้นับเป็นแหล่งผลิตกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุด มีพื้นที่ปลูกประมาณ 1,500 เฮคแตร์ หรือ ประมาณ 9,375 ไร่ และสามารถจะปลูกกะหล่ำปลีได้ตลอดทั้งปี


ผักสีแดง มะเขือเทศจัดอยู่ในประเภทผักสีแดง สีแดงมาจากไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งช่วยชะลอความแก่ และเมื่อหลายปีก่อนมีบทความทางวิชาการยืนยันว่าไลโคปีนสามารถป้องกันมะเร็งในตับอ่อนได้ ทำให้ผู้คนหันมาสนใจบริโภคมะเขือเทศกันมากขึ้น

ผักสีม่วง สีม่วงในมะเขือม่วงซึ่งเป็นผักในตระกูลมะเขือยาว (Aubergines) จะมีสีม่วงเข้ม บางครั้งดูเหมือนจะเป็นสีดำ สีม่วงเข้มดังกล่าวมาจากสีของแอนโธไซยานิน (Anthocyanin) ที่อยู่ในผัก แอนโธไซยานินมีคุณสมบัติในการป้องกันสารอันตรายไม่ให้สะสมในเส้นเลือด ซึ่งจะเป็นการช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดในสมองแตก สารที่มีอยู่ในมะเขือม่วงนี้เรียกว่า "สโคโพเลติน" (Scopoletin) และ "สโคโพเลติน" ช่วยยับยั้งการเกร็งของกล้ามเนื้อในร่างกาย ด้วยเหตุนี้จึงแนะนำให้รับประทานมะเขือม่วงเพื่อรักษาอาการทางประสาทด้วย


ผักสีเหลือง พริกยักษ์หรือพริกหวานมีหลายสี ทั้งเขียว แดงและเหลือง สีเหลืองของพริกหวานประกอบด้วยเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) ซึ่งเป็นตัวควบคุมการเพิ่มออกซิเจน หรือ Oxidation ของสารในร่างกาย ซึ่งจะมีผลต่อการชะลอความแก่และ ป้องกันมะเร็ง

นอกเหนือจากพริกหวานแล้ว ผักที่มีสีเหลือง หรือผักที่มีเบต้าแคโรทีนสูงอีกบางชนิดที่น่าจะจัดอยู่ในผักสีเหลืองได้ คือ ฟักทองและแครอท โดยเฉพาะแครอทนั้น แม้ไม่ใช่ผักของไทยแต่ก็มีปลูกกันมากแล้ว โดยเฉพาะทางพื้นที่ที่สูงในภาคเหนือ

ภาพประกอบ www.dreamstime.com

Read full story

28 February 2009

ผักพื้นบ้านคู่ครัวเปี่ยมคุณค่า

0 comments

รศ.ดร.อรอนงค์ กังสดาลอำไพ

ภาพจาก caswells-moms.com ผักเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหารที่สำคัญและให้พลังงานต่ำ ไม่ก่อให้เกิดโรคอ้วนไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยชะลอความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจ โดยทุกส่วนของผักสามารถนำมาปรุงและรับประทานเป็นอาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นใบ ยอด ก้าน ดอก ผล ราก หัวและฝัก โดยเราสามารถเลือกซื้อผักตามตลาด ซึ่งมีทั้งผักปลอดสารพิษและผักสดตามฤดูกาลที่มีราคาไม่แพง หาซื้อง่ายและรสชาติดี โดยเฉพาะผักที่มีผลผลิตทั้งปี ซึ่งหลายคนคุ้นลิ้น ติดใจในรสชาติหวานตามธรรมชาติ และที่สำคัญแฝงคุณค่าสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น

คะน้า - เป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีน ซึ่งคะน้าสุก 1 ถ้วย มีเบต้าแคโรทีน 5.8 มก. เท่ากับร้อยละ 72 ของความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีและแคลเซียม นอกจากจะนำมาผัดหรือต้มแล้ว ใบอ่อนอาจนำมารับประทานสดๆ แกล้มเมี่ยงปลาทู หรือทำยำคะน้าก็อร่อย

แตงกวา - เป็นผักที่สะสมน้ำไว้มาก เหมาะสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก ถึงแม้แตงกวาจะให้สารอาหารเพียงเล็กน้อย แต่หาซื้อได้ง่าย รับประทานสะดวก หลายคนจึงนิยมรับประทานแตงกวาสดเป็นกับแกล้มคู่อาหารจานต่างๆ โดยเฉพาะอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน แตงกวาสามารถลดความเผ็ดร้อนได้ดี
ถั่วฝักยาวและถั่วลันเตา - อาหารพวกถั่วอุดมไปด้วยโปรตีน แถมมีใยอาหารสูงด้วย โดยเฉพาะถั่วลันเตาเป็นผักที่ให้โปรตีนและเหล็กสูง อาจนำถั่วฝักยาวมากินสดๆ แกล้มกับส้มตำ ลาบ น้ำตก น้ำพริกต่างๆ หรือนำถั่วทั้งสองชนิดมาผัด หรือต้มใส่ในแกงส้ม แกงเลียง แต่ต้องระวังถ้ารับประทานมากๆ อาจทำให้ท้องอืดได้

บร็อคโคลี - เป็นผักประเภทดอก ให้วิตามินซี แคลเซียมที่ไม่เป็นไขมันผลิตจากนมวัว ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายในการบำรุงกระดูกและฟันเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีโฟเลต โพแทสเซียมและใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายอย่าง แต่เพื่อรักษาคุณค่าอาหารไว้มากที่สุดควรอบ นึ่งหรือผัดเร็วๆ หรือรับประทานเป็นผักสลัด

ผักกาดขาว - เป็นผักที่เด็กๆ ยอมรับได้ดี เนื่องจากเมื่อนำมาต้ม หรือผัดจะอ่อนนุ่มน่ารับประทาน ผักกาดขาวเป็นแหล่งที่ดีของวิตามิน โฟเลต

ผักกาดหอม - นิยมรับประทานเป็นผักสลัด หรือนำมาตกแต่งอาหารให้ดูน่ารับประทาน มีเบต้าแคโรทีนสูง

ผักบุ้ง - เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่มีเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา ปรับวายตาในที่มืดได้ดี ด้วยเหตุนี้คนโบราณจึงนิยมบอกว่า กินผักบุ้งแล้วตาหวาน

แครอท - มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิด และมีสารแคโรทีนอยด์มากที่สุด โดยแครอทปรุงสุก 1 ถ้วย มีแคโรทีนอยด์ 18 มก. หรือร้อยละ 300 ของปริมาณที่ควรรับประทานใน 1 วัน และยังประกอบด้วยเส้นใยชนิดไม่ละลายน้ำ เพิ่มกากใยอาหาร เหมาะสำหรับคนที่ควบคุมน้ำหนัก ในการประกอบอาหารสามารถทำเป็นผักสลัด ผัด ต้มหรือทำเป็นส้มตำ คั้นน้ำแยกกากหรือนำมาแกะสลักไว้ตกแต่งอาหาร ปัจจุบันนิยมใช้เป็นส่วนผสมในคุกกี้ ขนมปังและขนมเค้ก เพราะแครอทให้รสชาติหวานตามธรรมชาติ จึงลดสัดส่วนการเติมน้ำตาลในส่วนผสม ทำให้เบเกอรีหรือขนมปังนั้นดีต่อสุขภาพผู้รับประทาน

หอมหัวใหญ่ - เป็นผักที่มีรสชาติเผ็ดฉุนเป็นเอกลักษณ์ สามารถรับประทานแบบสดหรือปรุงสุก นอกจากนี้ยังนิยมใส่ในสลัดและนำมาประกอบอาหารประเภทยำ ต้มแกงจืด แกงมัสมั่นหรือใส่ในไข่เจียว หอมหัวใหญ่มีสารไดอัลลิลซีลไฟด์มากที่สุด ซึ่งเชื่อว่าเพิ่มระดับเอนไซม์ป้องกันมะเร็งในกระเพาะอาหารได้ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือโคเลสเตอรอลได้ด้วย

กระหล่ำปลี - เป็นผักที่มีสารต้านมะเร็งหลายตัว รับประทานแล้วจะช่วยลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ สามารถรับประทานแบบสดและปรุงสุก กระหล่ำปลีดิบมีวิตามินซีสูงที่สุด โดยเฉพาะกระหล่ำดาวที่ 1 ถ้วย มีวิตามินซีถึง 97 มก. ทั้งนี้ไม่ควรกินกระหล่ำปลีสดในปริมาณมากๆ เพราะมีสารกอยโตรเจน (Goitrogen) ซึ่งจะไปขัดขวางการทำงานของต่อมธัยรอยด์ ทำให้ร่างกายขาดไอโอดีน แต่ถ้าปรุงสุก สารนี้จะสลายไป

ปวยเล้งหรือผักโขม (Spinach) - เป็นผักที่รู้จักกันดีในการ์ตูนป็อปอาย และทำให้เด็กๆ สนใจรับประทานผักมากขึ้น เป็นแหล่งของเบต้าแคโรทีนที่ป้องกันโรคจอตาเสื่อมสภาพ โฟเลตซึ่งป้องกันเลือดจาง ลูเทอินและซีแซนทินที่ป้องกันการเกิดต้อกระจก ปวยเล้งหรือผักโขมสามารถทำอาหารได้หลายชนิด เช่น ใส่ในแกงจืด รับประทานเป็นเครื่องเคียง ผัดหรือผสมในผักสลัดก็ได้ แต่คนที่เป็นโรคเกาต์และนิ่วในไตบางชนิดไม่ควรรับประทาน

ทั้งนี้การรับประทานผักเพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรง ควรรับประทานผักคู่อาหารทุกมื้อและหลากหลายชนิดสลับกันไป และล้างผักก่อนที่หั่นเพื่อให้วิตามินและแร่ธาตุสูญเสียไปน้อยที่สุด เพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารของผักควรนำมาปรุงอาหารทันที ใช้น้ำน้อย ไฟแรง เวลาสั้น...และนี่คือประโยชน์ของผักที่หาซื้อได้ง่ายๆ จากตลาดใกล้บ้านคุณ ดังนั้นวันนี้อย่าลืมสรรหาผักเป็นอาหารเพิ่มอีกสักจานในมื้อของคุณนะคะ

ข้อแนะนำในการล้างผักให้ปลอดสารพิษตกค้าง
ผักที่เติบโตและเก็บเกี่ยวตามธรรมชาติย่อมมีสารพิษตกค้างน้อยกว่าผักที่เน้นปลูกเพื่อการบริโภค ซึ่งมักใช้ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีต่างๆ เพื่อให้ผลผลิตได้มาตรฐาน ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการรับประทานผักที่มีสารพิษหรือสารเคมีตกค้าง ที่ไม่สามารถตรวจสอบด้วยตาเปล่า จึงจำเป็นต้องล้างผักให้สะอาดก่อนทุกครั้ง โดยล้างผักด้วยน้ำไหลจากก๊อกหลายๆ ครั้งนาน 2 นาที หรือผสมผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำ 20 ลิตร แช่น้ำผักนาน 5-10 นาที จากนั้นเทน้ำทิ้งและล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง หากเป็นผักประเภทหัว เช่น กระหล่ำปลี ให้ลอกส่วนนอกออกและเด็ดล้างทีละใบ ซึ่งเป็นวิธีล้างที่สามารถรักษาคุณค่าวิตามินได้ดีกว่าหั่นแล้วล้าง

ข้อมูลประกอบ : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
มหัศจรรยอาหารต้านโรค,.รีดเดอร์ส ไดเจสท์

ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today
ภาพประกอบ : Caswell’s Moms

Read full story

16 January 2009

Available products in Winter 2008-2009

0 comments

แปลงผักอินทรีย์

บลอคโคลี่ ผักบุ้ง ปวยเล้ง DSC00315 มะระ DSC00323

สถานีทดลองได้ทำการเพาะปลูกพืชผักด้วยวิธีทางเกษตรอินทรีย์บนเนื้อที่ 100 ตารางวา ประกอบด้วย บลอคโคลี่ ผักบุ้ง ปวยเล้ง บวบ และมะระ โดยใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักที่ผลิตได้เองในสถานีทดลอง ผลผลิตที่ได้ในช่วงเริ่มแรกจะไม่ค่อยได้คุณภาพเนื่องจาก มีการระบาดของหนอน หลังจากฉีดพ่นสารสกัดชีวภาพประกอบกับสภาพอากาศที่เย็นทำให้ผลผลิตเริ่มดีขึ้น สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกวันตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551

นอกจากนี้ยังมีการทดลองปลูกผักสลัดด้วยระบบไร้ดิน (Soiless culture or Hydroponics) ในโรงเรือน จำนวน 300 ต้น ผลผลิตที่ได้มีความสมบูรณ์ดี

Read full story
Related Posts with Thumbnails

H C Supply Co.,Ltd.. Get yours at bighugelabs.com

H C Supply Co.,Ltd.
162 Moo12 Weingkalong Sub-District, Weingpapao District, Chiangrai 57260 THAILAND
Tel. +66 (0)53 952 418 Fax. +66 (0)53 952 136
E-mail : hsuchuanfoods@hotmail.com
 

H C Supply Co.,Ltd. © 2008 Business Ads Ready is Designed by Ipiet Supported by Tadpole's Notez