Showing posts with label september. Show all posts
Showing posts with label september. Show all posts

25 September 2008

Available product in September 2008 (2)

1 comments

แตงกวา

แตงกวามีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย มีการบันทึกประวัติการปลูกมากกว่า 3,000 ปี และมีการปลูกในประเทศแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อก่อน 2,000 ปี โดยนำผ่านเอเชียกลางและตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ในศตวรรษที่ 6 ได้นำไปปลูกในประเทศจีน สันนิษฐานว่าได้นำเข้าประเทศจีน 2 ทาง คือ เส้นทางสายไหม โดยผ่านประเทศในเอเซียตะวันออกไปภาคเหนือของประเทศจีน ส่วนอีกเส้นทางโดยผ่านประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ พม่า ไทย ลาว ไปสู่ทางภาคใต้ของประเทศจีน ในศตวรรษที่ 9-14 ได้นำไปปลูกในทวีปยุโรป และได้รับการพัฒนาพันธุ์ต้นศตวรรษที่ 19 ได้รับการพัฒนาพันธุ์ให้เหมาะสมต่อการปลูกได้ในโรงเรือน ศตวรรษที่ 15-16 ได้นำไปปลูกในทวีปอเมริกากลางและอเมริกาเหนือ และได้รับการพัฒนาพันธุ์อย่างมากในประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันแตงกวาเป็นผักที่นิยมบริโภคทั่วโลก ทั้งในสภาพการบริโภคสดและแปรรูป

การจำแนกแตงกวา

1. พันธุ์สำหรับรับประทานสด เป็นพันธุ์ที่มีเนื้อบางและไส้ใหญ่ สีเปลือกเป็นสีเขียวอ่อน ผลมีน้ำมากเป็นพันธุ์ที่มีทั้งผลเล็กและผลใหญ่ เมื่อผลยังอ่อนอยู่จะมีหนามเต็มไปหมด แต่เมื่อโตเต็มที่หนามจะหลุดออกเอง พันธุ์รับประทานสดนี้ไม่เหมาะกับการนำไปดอง
แตงกวารับประทานสดแบ่งตามขนาดของผลนั้น แบ่งได้เป็น
1.1 แตงผลยาว (long cucumber) ที่รู้จักกันในชื่อของแตงร้าน มีความยาวผลอย่างน้อย 15 ซม. และมีความกว้างผลมากกว่า 2.5 ซม. ส่วนใหญ่จะมีเนื้อหนาไส้แคบ กรณีที่เป็นพันธุ์ของไทยนั้น จะมีสีผลสีเขียวแก่ตรงส่วนใกล้ขั้วผลประมาณ 1/3  ของผลที่เหลือมีจุดประสีเขียวอ่อนหรือขาว และเส้นสีขาวเป็นแถบเล็ก ๆ ตลอดความยาวไปถึงปลายผล ส่วนพันธุ์ของต่างประเทศนั้น จะมีสีเขียวเข้มสม่ำเสมอทั้งผล
1.2 แตงผลสั้น (short cucumber) ที่รู้จักกันในชื่อของแตงกวา มีความยาวผล 8-12 ซม. และมีความกว้างผลมากกว่า 2.5 ซม. ส่วนใหญ่จะมีเนื้อน้อยไส้กว้าง

          2. พันธุ์อุตสาหกรรม เป็นพันธุ์ที่มีเนื้อหนา ไส้เล็ก บางพันธุ์ก็ไม่มีไส้เลย เปลือกสีเขียวเข้ม เมื่อนำไปดองจะคงรูปร่างได้ดี ไม่ค่อยเหี่ยวย่น แตงกวาพันธุ์นี้มักจะเป็นลูกผสม ผลมักมีรูปร่างผอมยาว ซึ่งแบ่งตามขนาดได้ดังนี้

2.1 แตงผลยาว (long cucumber) เป็นแตงชนิดที่ใช้ทำแตงดองของญี่ปุ่นและจีนซึ่งจะต้องมีความยาวผล 20-30 ซม. และมีความกว้างผล 2-3 ซม. มีเนื้อหนาไส้แคบผิวสีเขียวเข้มตลอดความยาวของผล มักใช้ดองโดยมีการใช้น้ำปรุงรสด้วยส่วนผสมของซีอิ้ว
2.2 แตงผลสั้น (short cucumber) เป็นแตงชนิดที่ใช้ทำแตงดองของสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่งมีความยาว 8-12 ซม. และมีความกว้างผล 1.0-5.1 ซม. โดยทั่วไปจะมีอัตราส่วนความยาวต่อความกว้าง (L/D ratio) มีค่าอยู่ระหว่าง 2.8-3.1 มีเนื้อหนาและแน่น ไส้แคบ ผิวสีเขียวเข้มตลอดความยาวของผล มักใช้ดองทั้งผล ผ่าตามความยาวและหั่นเป็นชิ้น ๆ ตามความกว้างของผล
สำหรับแตงกวาของบริษัท เอช ซี ซัพพลาย จำกัด เป็นแตงกวาพันธุ์ Anaxo ใช้สำหรับทำแตงกวาดอง
 

คุณค่าทางโภชนาการ

ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน แคลเซียมฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน วิตามินซี และมีเอนไซม์ชื่อ อีเร็ปซิน (erepsin) มีกรดอะมิโนหลายชนิดและมีสารสำคัญ เช่น คิวเคอร์บิทาซินซี (Cucurbitacin C.) มีปริมาณสารซิลิคอนและฟลูออไรด์สูง มีสารสเตอรอล (sterol) ซึ่งมีมากที่ผิวเปลือกของแตงกวา
แตงกวามีพลังงานและสารอาหารน้อยมาก ไม่มีไขมัน และไม่มีคอเลสเตอรอล จึงเหมาะสำหรับคนลดน้ำหนัก


ประโยชน์ที่มากกว่าอาหาร

ผลและเมล็ดอ่อน
วิตามินบี 1 ช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาท ช่วยความจำ ลดอาการนอนไม่หลับ แก้กระหายน้ำ
สารคิวเคอบิทาซินซี (Cucurbitacin C.) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการขัดเบา
เอนไซม์อีเร็ปซิน (erepsin) ทำให้ผิวขาวใสนุ่มนวล ลดการเหี่ยวย่น เพราะเอนไซม์ดังกล่าวจะช่วยย่อยผิวหนังที่หยาบกร้านให้หลุดออกไป ทำให้ผิวนุ่ม
กรดอะมิโน วิตามิน และเกลือแร่ มีสรรพคุณในการรักษาความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวหนัง คืนความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (natural moisturizing) ให้กับผิวหน้า แต่ไม่ทำให้หน้ามัน ทั้งยังมีฤทธิ์กระชับรูขุมขนทำให้ผิวนวนเนียน ลดการเกิดสิว ทั้งยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อนๆ แตงกวาจึงเหมาะจะเป็นเครื่องสำอาง พอกหน้าของคนเป็นสิว
นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยบำรุงผมและเล็บ ในตำรายาแผนไทยใช้บรรเทาอาการไอ ฟอกเลือด ลดความร้อนออกจากร่างกาย มีคำแนะนำให้ผู้ป่วยโรคเกาต์ และบวมน้ำดื่มน้ำคั้นจากแตงกวาเป็นประจำ
สารสเตอรอล (sterol) ช่วยลดคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
ใบและเมล็ดแก่
สามารถใช้เป็นยาขับพยาธิ
รากแตงกวา
ช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการขัดเบา มีโดยให้ใช้รากสด 1 กำมือ นำมาล้างให้สะอาด นำไปต้มกับน้ำ โดยให้ใส่น้ำแต่พอท่วม จากนั้นรินเอาแต่น้ำที่ได้มาดื่ม วันละ 3-4 ครั้งๆละ 1 แก้ว

อ้างอิง : บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร, การปลูกแตงกวา

Read full story

12 September 2008

Available product in September 2008

0 comments

chili 

chili's nutritionพริกสด

ทำไมพริกถึงเผ็ด??? ก็เพราะว่าพริกมีสารมหัศจรรย์ตัวหนึ่งที่ชื่อ "แคปไซซิน" (capsaicin) ยิ่งสารตัวนี้มีมากเท่าไร ความเผ็ดก็มากตามไปด้วย แต่มีผลวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า สารแคปไซซินช่วยบรรเทาอาหารปวดของโรคไขข้ออักเสบได้ และที่น่าสนใจก็คือ คนที่รับประทานอาหารที่ประกอบไปด้วยพริกเป็นประจำ จะมีความเสี่ยงต่ำต่อโรคหัวใจ และเส้นเลือดอุดตัน เนื่องจากสารแคปไซซินมีส่วนช่วยลดโคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และการอุดตันของเส้นเลือด

นอกจากแคปไซซินแล้ว ในพริกสีแดงยังอุดมไปด้วย เบต้าแคโรทีน (beta-carotene) หรือโปร-วิตามินเอ และวิตามินซี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย

สำหรับสาวๆคงจะถูกใจหากได้ทราบว่าความเผ็ดร้อนของพริกทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เพราะฉะนั้นมาเติมพริกลงไปเล็กน้อยในอาหารแต่ละมื้อกันดีกว่า

ในการปรุงอาหารด้วยพริก หลายคนอาจเคยประสบปัญหาแสบตา แสบผิวหนัง เนื่องจากความร้อนของพริก หากล้างด้วยน้ำแล้วยังไม่หาย วิธีแก้ไขง่ายๆก็คือให้เช็ดหรือจุ่มในนมสดแช่เย็น โปรตีนเคซีน (casein) ในนมจะช่วยขจัดอาการแสบร้อนได้

Read full story
Related Posts with Thumbnails

H C Supply Co.,Ltd.. Get yours at bighugelabs.com

H C Supply Co.,Ltd.
162 Moo12 Weingkalong Sub-District, Weingpapao District, Chiangrai 57260 THAILAND
Tel. +66 (0)53 952 418 Fax. +66 (0)53 952 136
E-mail : hsuchuanfoods@hotmail.com
 

H C Supply Co.,Ltd. © 2008 Business Ads Ready is Designed by Ipiet Supported by Tadpole's Notez