"ก๊าซชีวภาพ” หรือ “ก๊าซขี้หมู” ของบ้านสบสาหนองฟาน ต.ดอน แก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างเจ้าของฟาร์มกับชาวบ้านเมื่อเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหามลพิษและกลิ่นเหม็นที่เกิดขึ้นจากการเลี้ยงหมู จึงทำให้ผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์ม ร่วมกับหน่วยงานราชการสร้างระบบบ่อหมักก๊าซชีวภาพขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเรื่องมลพิษและแมลงวัน แล้วก็ต่อท่อก๊าซไปให้ชาวบ้านได้ใช้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้ชาวบ้านสามารถประหยัดค่าก๊าซหุงต้มไปได้ไม่น้อยกว่าครัวเรือนละ 50-100 บาทต่อเดือน
หลังจากนั้นชาวบ้านต่างคนก็ต่างใช้โดย ปล่อยบ่อหมักก๊าซทำงานไปตามธรรมชาติ โดยขาดการดูแลรักษา เวลาผ่านไปปริมาณก๊าซเริ่มน้อยลงจนไม่เพียงพอต่อการใช้งาน จนชาวบ้านขาดความเชื่อมั่นในระบบพลังงานทดแทน ส่งผลให้ชาวบ้านหลายคนเริ่มคิดว่าการใช้พลังงานทดแทนที่จะมาแทนก๊าซหุงต้มไม่น่าจะเป็นไปได้จริงอย่างยั่งยืน ทำให้สมาชิกที่ใช้ก๊าซในหมู่บ้านเริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ จากเดิมที่ใช้กันทั้งหมู่บ้านไม่น้อยกว่า 100 หลังคาเรือนก็ลดลงเหลือไม่ถึง 60 หลังคาเรือน
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหา วิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จึงได้วิจัยเรื่อง “การใช้ประโยชน์ของเสียจากฟาร์มสุกร โดยการ แปรสภาพเป็นพลังงานทดแทนในชุมชน”
นายสุรศักดิ์ นุ่มมีศรี อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ระบุว่า ถ้าปล่อยแบบนี้ต่อไปพลังงานก็จะถูกทิ้งร้าง ไม่ได้รับการนำไปใช้ประโยชน์ ชาวบ้านก็จะไม่ได้มีพลังงานทางเลือกอื่น จึงได้จัดเวทีพบปะพูดคุยเพื่อแสวงหาทางออกร่วมกันขึ้นมาเพื่อให้ชาวบ้านได้มองเห็นว่าแต่ก่อนนี้เป็นอย่างไร ปัจจุบันระบบก๊าซเขาเป็นอย่างไร เสื่อมโทรมมากน้อยแค่ไหน โดยให้พ่อหลวงเป็นคนเล่าให้ฟัง แล้วก็ถามถึงอนาคตของชาวบ้านว่าอยากจะมีทางออกอย่างไรโดยให้ทุกคนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ชาวบ้านก็บอกว่าอยากจะมีพลังงานที่ดีขึ้น มีพลังงานที่เพียงพอ จึงได้เชิญนักวิชาการมาพูดคุยให้ฟังว่า ถ้าจะทำให้พลังงานเพียงพอก็จะต้องมีการล้างบ่อ มีการเปลี่ยนระบบท่อใหม่ ชาวบ้านก็หาทางออกร่วมกันอีกครั้งเพื่อรักษาระบบพลังงานทดแทนนี้ โดยเต็มใจที่จะจ่ายครัวเรือนละ 10 บาทต่อเดือน สำหรับเป็นค่าดูแลรักษาระบบการผลิตและระบบท่อส่งก๊าซทั้งหมด
นายสุทัศน์ คำมาลัย ผู้ใหญ่บ้านบ้านสบสาหนองฟาน และเจ้าของฟาร์มหมูซึ่งเป็นผู้ผลิตก๊าซชีวภาพให้กับชุมชน เล่าว่าปัจจุบันมีชาวบ้านที่ใช้ก๊าซจากขี้หมูจำนวน 87 ครัวเรือน โดยมีกติกาของชุมชนคือเก็บบ้านละ 10 บาท ส่วนบ้านที่ค้าขายอาหารทำร้านก๋วยเตี๋ยวก็เต็มใจที่จะจ่ายเพิ่มเป็นเดือนละ 30 บาท โดยเงินที่รวบรวมได้จะนำไปฝากธนาคาร เพื่อเอาไว้บำรุงรักษากรณีท่อแตก ล้างบ่อ และซ่อมระบบ
“ชาวบ้านตกลงกันว่าจะล้างทุก ๆ 6 เดือน เพราะที่ผ่านมาเกือบ 10 ปีเราไม่เคยได้ล้างบ่อเลย เพราะไม่เคยรู้ว่าจะต้องล้าง ทำให้ปีหลัง ๆ มีก๊าซน้อยมาก เพราะว่าข้างในบ่อหมักก๊าซเต็มไปด้วยขยะ และเศษดินเข้าไปปะปนจนแน่นบ่อ จนต้องใช้เวลาล้างกันเป็นอาทิตย์ หลังจากนั้นจึงมีก๊าซขึ้นมาสม่ำเสมอ แต่จะมีปัญหาบ้างก็ตอนฝนตกหนัก เพราะมีน้ำเข้าไปในบ่อเยอะเกินไปทำให้ก๊าซน้อยลง และบางครั้งในหน้าหนาวก็อาจจะมีก๊าซน้อยเพราะอากาศเย็นอุณหภูมิไม่เหมาะสม แต่ก๊าซที่ได้ก็เพียงพอต่อการใช้งานทุกครัวเรือน เพราะชาวบ้านใช้แค่หุงต้มไม่ได้ทำอะไรมาก แต่ทุกบ้านก็จะมีถังก๊าซหุงต้มสำรองไว้” สุทัศน์กล่าว
...ก๊าซขี้หมูตอนนี้มีให้ใช้ได้ทั้งวันและไม่มีกลิ่นขี้หมู โดยแตกต่างจากก๊าซหุงต้มก็ตรงเรื่องของความร้อนที่จะร้อนช้ากว่าเท่านั้น แต่ก็สามารถประกอบอาหารทุกอย่างได้ตามปกติ…นับเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง.
โอกาสของสินค้าเกษตรไทยในไต้หวัน
28 October 2009
'ก๊าซชีวภาพ' จากขี้หมูสู่ครัวเรือน
22 October 2009
เปิดจองพื้นที่จำหน่ายสินค้า "งานวันเกษตรภาคเหนือ ครั้งที่ 6 "
ฝ่ายร้านค้าเอกชนฯ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดจองพื้นที่จำหน่ายสินค้าและบริการ รวมทั้งจองพื้นที่จำหน่ายต้นไม้และวัสดุการเกษตร ใน "งานวันเกษตรภาคเหนือ ครั้งที่ 6 " “เกษตรปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง” ระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2552 ณ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่
- การจัดจำหน่ายสินค้าและบริการฯ
- การจัดจำหน่ายต้นไม้และวัสดุการเกษตรฯ
เริ่มเปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2552 เป็นต้น (พื้นที่มีจำนวนจำกัด)
ติดต่อ: จำหน่ายสินค้าและบริการ งานวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0-5394-4090-92 ต่อ 11, 15-16 (ในเวลาราชการเท่านั้น) หรือ 081-9808894
ติดต่อ: จำหน่ายต้นไม้และวัสดุการเกษตร คุณธีรนุช 081-9808893
ดาวน์โหลดแผนผัง นิทรรศการร้านค้าเอกชน ตลาดนัดเกษตรและมหกรรมอาหาร และเงื่อนไขการจัดจำหน่ายสินค้า ต้นไม้ และใบสมัครได้ที่นี้ได้ที่นี้ http://web.agri.cmu.ac.th/rdunit/flowchart.pdf
21 October 2009
วันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตรครบรอบปีที่ 42
วันนี้เป็น วันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตรครบรอบปีที่ 42 กรมฯ ได้กำหนดจัดงาน “42 ปี ส่งเสริมการเกษตรยุคใหม่ นำเกษตรไทยสู่ความเข้มแข็ง” ขึ้นในระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม นี้ ณ บริเวณกรมส่งเสริมการเกษตร บางเขน กรุงเทพฯ เวลา 08.00-20.00 น.
ภายในงานจะมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของวิสาหกิจชุมชนจากทุกภาคทั่วประเทศ ไม่น้อยกว่า 60 บูธ ทั้งยังมีการจัดสาธิตอาชีพการเกษตร เช่น การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า การเพาะถั่วงอกไร้ราก การสานตะกร้าจากทางมะพร้าว การพับริบบิ้น มีนิทรรศการด้านการเกษตรที่น่าสนใจ สัมมนาวิชาการ และอย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้า
162 Moo12 Weingkalong Sub-District, Weingpapao District, Chiangrai 57260 THAILAND
Tel. +66 (0)53 952 418 Fax. +66 (0)53 952 136
E-mail : hsuchuanfoods@hotmail.com